ดังโงะ (Dango)

วันนี้แอดจะชวนทุกคนที่ชื่นชอบขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น มาลองทำขนม ดังโงะ (Dango) ขนมที่กำลังฮิตมาก ๆ ไม่ทานไม่ได้เลยนะ ลักษณะขนมจะเป็นลูกกลม ๆ หนึบ ๆ นุ่ม ๆ เสียบไม้แบบน่ารักๆเรียงกันสามชิ้น สูตรนี้สามารถหาวัตถุดิบได้ง่ายด้วยนะ ถึงตัวเราจะอยู่เมืองไทยก็สามารถทำขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นทานเองได้เหมือนกันค่ะ ถ้าอยากรู้ว่ามีขั้นตอนการทำยังไงบ้างเราไปชมกันเลยค่ะ หากท่านสนใจเมนูขนมสไตล์ญี่ปุ่นแบบอื่น ๆ สามารถเข้าไปชมได้ทางเว็บไซต์ของเราได้เลยนะคะ

ดังโงะ

ส่วนผสมของดังโงะ

  • แป้งข้าวเหนียว 60 กรัม
  • แป้งข้าวเจ้า 20 กรัม
  • น้ำร้อน 60 มิลลิลิตร
  • สีผสมอาหาร 2 สีตามชอบ
  • ไม้แหลมสำหรับเสียบดังโงะ

ส่วนผสมของซอส

  • น้ำตาลทราย 30 กรัม
  • แป้งข้าวโพด 15 กรัม
  • ซีอิ๊วขาว 15 กรัม
  • น้ำเปล่า 48 มิลลิลิตร

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ขั้นตอนการทำ ดังโงะ (Dango)

การทำแป้งดังโงะ

1.นำแป้งข้าวเหนียวและแป้งข้าวเจ้า เทใส่อ่างผสม คลุกแป้งให้เข้ากัน

2.ทยอยใส่น้ำร้อนลงไป แล้วคลุกแป้งให้เข้ากัน ทำสลับกันไปเรื่อย ๆ จนแป้งเริ่มเป็นก้อนแล้วใช้มือนวด ๆ จนเนื้อแป้งกลายเป็นก้อนเดียวกัน

3.จากนั้นแบ่งแป้งให้ได้ขนาดเท่า ๆ กัน 3 ก้อน เพื่อนำไปผสมสี หรือไม่ใส่สีก็ได้เหมือนกัน

4.หยดสีลงไปที่แป้งเล็กน้อยแล้วขยำให้สีกระกายไปทั่วแป้ง ถ้าสีที่ได้ไม่ถูกใจสามารถเติมลงไปเพิ่มได้

5.จากนั้นแบ่งแป้งทั้งหมดให้ได้ 18 ลูก สามารถกะปริมาณด้วยสายตาหรือชั่งแป้งให้เท่า ๆ กันก็ได้

6.เติมน้ำให้ได้ครึ่งหม้อแล้วนำตั้งไฟ รอให้น้ำเดือดแล้ว เทแป้งลงไปต้ม รอให้แป้งลอยขึ้นมา ต้มต่อไปประมาณ 1 นาที เพื่อให้เราแน่ใจว่าแป้งสุกแล้ว

7.จากนั้นช้อนแป้งขึ้นมา แล้วนำไปแช่น้ำเย็นเพื่อไม่ให้เนื้อแป้งเละ

8.น้ำไม้แหลมไปแช่น้ำประมาณ 1 นาที เพื่อให้เสียบดังโงะได้ง่ายขึ้น

9.เสียบดังโงะ โดย 1 ไม้จะเสียบดังโงะ 3 สีสลับกันตามความชอบเลยค่ะ

10.ตั้งไฟกลาง เทน้ำมันลงในกระทะเล็กน้อย รอให้น้ำมันเดือดแล้ววางดังโงะลงไป ทอดให้ได้สีเหลืองอ่อนๆ ระวังอย่าให้ไหม้นะคะ เสร็จแล้วพักไว้

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

การทำซอส

1.นำน้ำตาลทราย แป้งข้าวโพด น้ำเปล่า ซีอิ๊วขาว เทส่วนผสมทั้งหมดใส่ในหม้อต้ม คนให้แป้งละลาย

2.นำไปตั้งไฟอ่อน คนส่วนผสมจนเดือดจะได้เนื้อซอสที่ข้นหนืด เสร็จปิดไฟ

3.ราดซอสให้ทั่วดังโงะ นำไปจัดจานให้สวยงาม เสร็จพร้อมทานค่ะ

สนับสนุนโดย : เสือมังกร

โมจิหยดน้ำ (Mochi Drops)

สวัสดีค่ะทุกคน สำหรับใครที่หลงใหลในความเป็นญี่ปุ่น วันนี้แอดมีเมนูขนมง่ายๆสไตล์ญี่ปุ่นมาฝากค่ะนั่นก็คือ โมจิหยดน้ำ (Mochi Drops) ลักษณะเนื้อนุ่มเด้งคล้ายเยลลี่ แต่เป็นสีใสเหมือนหยดน้ำ ทานคู่กับน้ำเชื่อมดำและผงถั่วคินาโกะ ถ้าจะให้ดีต้องทานคู่กับเครื่อมดื่มชาเขียว ทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเลยค่ะ และมีขั้นตอนการทำที่ง่ายมากด้วย ถ้าอยากรู้ว่าจะฟินแค่ไหน ไปชมกันเลยว่าทำยังไงบ้าง หรือใครที่สนใจเมนูขนมสไตล์ญี่ปุ่นแบบอื่นๆ ก็สามารถเข้าไปชมได้ทางเว็บไซต์ของเราได้นะคะรับรองไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

โมจิหยดน้ำ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ส่วนผสมของตัวโมจิ

  • ผงวุ้นญี่ปุ่น 12 กรัม
  • น้ำตาลทราย 10 กรัม
  • น้ำเปล่า 300 มิลลิลิตร
  • พิมพ์หยดน้ำ (หรือถ้วยทรงครึ่งวงกลม)
  • ผงถั่วคินาโกะ สำหรับตกแต่งตามชอบ

ส่วนผสมของน้ำเชื่อมดำ

  • น้ำเปล่า 50 กรัม
  • น้ำผึ้ง 30 กรัม
  • น้ำตาลทรายแดง 100 กรัม

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ขั้นตอนการทำ โมจิหยดน้ำ (Mochi Drops)

เริ่มด้วยการทำตัวโมจิหยดน้ำ

1.นำผงวุ้นญี่ปุ่น น้ำตาลทราย เทลงในหม้อคนส่วนผสมให้เข้ากัน

2.ทยอยใส่น้ำเปล่าลงไปทีละนิด และคนส่วนผสมให้ละลายจนหมด จากนั้นเทน้ำที่เหลืออยู่ลงไปให้หมด จะทำให้วุ้นเกิดฟองอากาศน้อยที่สุด

3.นำวุ้นไปตั้งไฟ โดยใช้ไฟอ่อน คนเบาๆ เพื่อไม่ให้เกิดฟองอากาศ ให้วุ้นเดือดบริเวณขอบหม้อปิดไฟ และพักให้เย็นลงจะเห็นว่าวุ้นเป็นสีใส

4.เทวุ้นลงพิมพ์หรือถ้วยที่เตรียมไว้ จากน้ำนำไปแช่เย็นประมาณ 3 ชั่วโมงให้วุ้นเซทตัว

ต่อด้วยการทำน้ำเชื่อมดำ

1.นำน้ำตาลทรายแดง น้ำผึ้ง น้ำเปล่า เทใส่หม้อคนส่วนผสมให้ละลายเข้ากัน

2.เปิดไฟอ่อน คนส่วนผสมให้เข้ากันจนเดือด สังเกตได้ว่าส่วนผสมมีความข้นเล็กน้อยและปิดไฟ พักไว้ให้เย็น

3.นำวุ้นออกจากตู้เย็น แกะวุ้นออกจากพิมพ์ จะได้เนื้อวุ้นที่นุ่มเด้งน่าทานมากๆ

4.ตกแต่งใส่จานให้สวยงาม โดยการวางวุ้นลงไปก่อน จากนั้นวางผงถั่วคินาโกะ ลงไปและราดด้วยน้ำเชื่อมดำ เสร็จพร้อมทานค่ะ

สนับสนุนโดย : ไฮโล

คุกกี้ข้าวโอ๊ต (Oatmeal Cookies)

สวัสดีค่ะทุกคน ใครที่เป็นคนรักสุขภาพหรือกำลังมองหาขนมทานเล่นแบบคลีนๆทานแล้วไม่อ้วน ห้ามพลาดเมนูนี้เลยค่ะนั่นก็คือ คุกกี้ข้าวโอ๊ต (Oatmeal Cookies) ได้ยินแค่ชื่อก็รู้สึกเฮลตี้แล้วค่ะ แล้วยังมีคุณประโยช์นที่ช่วยให้อิ่มท้องด้วย ถ้าใครที่ต้องการควบคุมน้ำหนักก็สามารถทานได้นะ ถ้าอยากรู้ว่ามีขั้นตอนการทำยังไงบ้างไปชมกันเลย หากท่านใดสนใจเมนูเบเกอรี่อื่นๆสามารถเข้าไปติดตามได้ทางเว็บไซต์ของเราได้เลยนะคะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

คุกกี้ข้าวโอ๊ต

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ส่วนผสม

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 100 กรัม
  • ข้าวโอ๊ต 120 กรัม
  • ลูกเกดอบแห้ง 50 กรัม
  • อัลมอนด์สไลด์ 50 กรัม
  • เนยจืดอุณหภูมิห้อง 120 กรัม
  • น้ำตาลทรายแดง  60 กรัม
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • เบคกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • กลิ่นวนิลลา 1 ช้อนชา
  • ผงอบเชย 1/4 ช้อนชา (ไม่ใส่ก็ได้)

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ขั้นตอนการทำ คุกกี้ข้าวโอ๊ต (Oatmeal Cookies)

1.เทเนยจืด น้ำตาลทรายแดง ใส่ในอ่างผสม ตีส่วนผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน

2.เติมไข่ไก่ กลิ่นวนิลลา ลงไปตีส่วนผสมให้เข้ากันจะได้เนื้อคุกกี้ที่สีอ่อนลง

3.นำแป้งสาลีอเนกประสงค์  เบคกิ้งโซดา เกลือ ผงอบเชย เทส่วนผสมรวมกัน แล้วนำไปร่อนใส่อ่างผสมเนย จากนั้นตีส่วนผสม โดยใช้ความเร็วต่ำ เพื่อไม่ให้ผงแป้งกระจายไปทั่วห้อง

4.วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง

5.เติมข้าวโอ๊ต ลูกเกดอบแห้ง อัลมอนด์สไลด์ ลงในอ่างผสม คลุกส่วนผสมให้กระจายเข้ากัน

6.จากนั้นตักส่วนผสมลงถาดที่เตรียมไว้ ใช้ส้อมกดลงไปเบาๆให้เนื้อคุกกี้ไม่หนาเกินไปเพื่อให้อบสุกง่ายขึ้นทำไปเรื่อยๆจนหมด

7.นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง ประมาณ 10-12 นาที

8.อบเสร็จนำออกจากเตา พักให้คุกกี้เย็นลงแล้วแกะออกจากถาด เสร็จพร้อมทานค่ะ

สนับสนุนโดย : จีคลับ

บราวนี่ชาเขียว (Green Tea Brownies)

สวัสดีค่ะทุกคน สำหรับใครที่ชื่นชอบชาเขียว คราวที่แล้วเราได้ทำคุกกี้ชาเขียวกันไปแล้วนะคะ คราวนี้เราลองมาทำ บราวนี่ชาเขียว (Green Tea Brownies) เอาใจสายบราวนี่กันบ้างดีกว่าค่ะ  แต่คราวนี้เราจะทำออกมาในรสของชาเขียวเพื่อให้ได้รสชาติที่ไม่เหมือนบราวนี่ทั่วไปนั่นเอง

รับรองว่าต้องถูกใจคนที่ชอบทานบราวนี่แน่นอน สูตรนี้น้ำตาลน้อยมากๆ ทานยังไงก็ไม่อ้วนแน่นอน ถ้าอยากรู้ว่าทำยังไงไปชมกันเลยค่ะ หากสนใจเมนูเบกอรี่อื่นๆสามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์ของเราเลยนะคะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

บราวนี่ชาเขียว

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ส่วนผสม

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 70 กรัม
  • เนยเค็มอุณหภูมิห้อง 50 กรัม
  • ไวท์ช็อกโกแลต 80 กรัม
  • น้ำตาลทราย 40 กรัม
  • นมสด 35 กรัม
  • ผงชาเขียว 15 กรัม
  • ไวท์ช็อกโกแลตชิพ 40 กรัม (ไม่ใส่ก็ได้)
  • อัลมอนด์สไลด์สำหรับตกแต่งหน้าบราวนี่
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ขั้นตอนการทำ บราวนี่ชาเขียว (Green Tea Brownies)

1.เทเนย น้ำตาลทราย ใส่อ่างผสม ตีส่วนผสมจนเนยเป็นสีขาวอ่อน

2.เติมไข่ไก่ลงไปทีละ 1 ฟอง แล้วตีส่วนผสมสลับกันจนครบ จะได้เนื้อเนยเหลว

3.นำไวท์ช็อกโกแลตไปละลายในไมโครเวฟประมาณ 40-50 วินาที ให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นเทใส่ในอ่างผสม ตีส่วนผสมให้เข้ากัน จะได้เนื้อที่เหนียวขึ้น

4.เติมนมสดลงไปในอ่างผสม ตีส่วนผสมให่เข้ากัน

5.ระหว่างที่ส่วนผสมเกือบเสร็จให้เรา วอร์มเตาอบรอที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง

6.นำแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงชาเขียว ร่อนลงไปในอ่างผสม และค่อยๆตีส่วนผสมให้เข้ากัน เพื่อไม่ให้ผงแป้งและผงชาเขียวกระจายไปทั่วห้อง จะได้เนื้อสีเขียวอ่อนๆและเนื้อเข้มข้นขึ้น

7.เทไวท์ช็อกโกแลตชิพลงไป คลุกให้เข้ากัน

8.เทลงพิมพ์ (แนะนำให้รองด้วยกระดาษไขก่อนเพื่อไม่ให้เนื้อบราวนี่ติดพิมพ์ที่เตรียมไว้)

9.ตกแต่งหน้าบราวนี่ให่น่าทานด้วยอัลมอนด์สไลด์(หรืออย่างอื่นก็ได้ตามชอบ)

10.อบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง ประมาณ 15-20 นาที

11.อบเสร็จแล้วพักไว้ให้เย็นแล้วตัดให้ได้ชิ้นที่พอดีคำหรือตามชอบ เสร็จพร้อมทานค่ะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

สนับสนุนโดย : ป๊อกเด้ง

คุกกี้ชาเขียว (Green Tea Cookies)

สวัสดีค่ะทุกท่าน วันนี้แอดมีเมนูเบเกอรี่ดีๆมานำเสนอนั่นก็คือ คุกกี้ชาเขียว (Green Tea Cookies) เป็นคุกกี้ที่ไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะว่าเราได้ผสมชาเขียวลงไป ทำให้ตัวคุกกี้มีสีเขียวน่าตาสนใจมากๆ แล้วยังมีรสชาติที่อร่อยอีกด้วย ขั้นตอนการทำนั้นง่ายมากๆ

ที่สำคัญสูตรนี้น้ำตาลน้อยมากๆ ใครที่ชอบหวานน้อยสูตรนี้เหมาะมากๆค่ะ บอกเลยอร่อยทานเล่นเพลินๆได้ทั้งวัน ถ้าอยากรู้ว่าจะอร่อยแค่ไหนลองไปทำกันเลย หรือใครที่สนใจเมนูเบเกอรี่อื่นๆก็สามารถเข้าไปติดตามได้ในเว็บไซต์ของเราเลยนะคะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

คุกกี้ชาเขียว

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ส่วนผสม

  • แป้งอเนกประสงค์ 180 กรัม
  • เนยจืด 160 กรัม
  • น้ำตาลทราย 30 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง 30 กรัม
  • อัลมอนด์บดหยาบ 80 กรัม
  • ผงชาเขียว 15 กรัม
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • ผงฟู 1 ช้อนชา

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ขั้นตอนการทำ คุกกี้ชาเขียว (Green Tea Cookies)

1.เทเนยจืดลงในอ่างผสม ตีให้เนื้อละลายเป็นเนื้อครีม

2.นำน้ำตาลทรายและน้ำตาลไอซิ่งผสมรวมกัน แล้วทยอยใส่ไปในเนย โดยการแบ่งใส่ 3 ครั้ง สลับกับการตีส่วนผสม เพื่อให้เนื้อเข้ากันง่ายขึ้น

3.นำแป้งอเนกประสงค์ ผงชาเขียว ผงฟู เกลือ มาร่อนรวมกัน จากนั้นทยอยใส่อ่างผสมที่มีเนยอยู่ สลับกับการคลุกส่วนผสมให้เข้ากัน จะสังเกตุได้ว่าคุกกี้จะมีสีเขียวสวย

4.เติมกลิ่นวานิลลาลงไป แล้วคลุกส่วนผสมให้เข้ากัน เพื่อให้คุกกี้มีกลิ่นหอมน่าทานยิ่งขึ้น

5.เทอัลมอนด์บดหยาบลงไปครึ่งหนึ่ง คลุกให้กระจายไปทั่วส่วนผสม

6.ปั้นส่วนผสมลงถาดที่เตรียมไว้ ขนาดตามชอบ แต่ไม่ควรหนาเกินไปเพราะจะทำให้เนื้อคุกกี้ข้างในไม่สุก

7.นำอัลมอนด์ที่เหลือมาตกแต่งหน้าคุกกี้ให้สวยงาม เพื่อให้ได้หน้าตาที่น่าทานนั่นเอง

8.นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง ประมาณ 10-15 นาที

9.อบเสร็จนำออกจากถาดไปวางบนตะแกงเพื่อคลายความร้อน  เสร็จพร้อมทาน

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

สนับสนุนโดย : GCLUB CASINO

คุกกี้คอร์นเฟลก (Cornflakes Cookies)

สวัสดีค่ะทุกท่าน ใครหลายๆคนก็ชอบทานคอร์นเฟลกเป็นอาหารเช้าหรือบางคนก็ชอบทานเล่นใช่มั้ยละ? แต่วันนี้แอดจะชวนทุกคนมาลองทำ คุกกี้คอร์นเฟลก ทำทานเล่นเพลินๆก็ได้ หรือจะทำขายก็ได้ค่ะรับรองกำไรคือดีงามแน่นอน

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เป็นขนมคลีนๆ สูตรหวานน้อยเพื่อสุขภาพ ทานแล้วไม่อ้วนแต่ควรทานในปริมาณที่พอเหมาะนะคะ ถ้าอยากรู้ว่ามีขั้นตอนการทำยังไงบ้างไปชมกันเลย สามารถติดตามเมนูเบเกอรี่ได้อีกหลากหลายเมนูได้ที่เว็บไซต์ของเราเลยนะคะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

คุกกี้คอร์นเฟลก

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ส่วนผสม

  • แป้งอเนกประสงค์ 280 กรัม
  • เนยเค็ม 200 กรัม
  • น้ำตาลทราย 115 กรัม
  • คอร์นเฟลกบดหยาบ 50 กรัม
  • คอร์นเฟลก (สำหรับตกแต่งปริมาณตามชอบ)
  • เม็ดมะม่วงอบ 100 กรัม
  • ลูกเกด 100 กรัม
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • กลิ่นวนิลลา 1 ช้อนชา
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • เกลือ ¼ ช้อนชา

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ขั้นตอนการทำ คุกกี้คอร์นเฟลก (Cornflakes Cookies)

1.เทเนยเค็มใส่อ่างผสม ตีให้เนยแตกตัวเป็นเนื้อครีม

2.ใส่น้ำตาลทรายลงไป ตีส่วนผสมให้เข้ากัน จนเนื้อขึ้นฟูเป็นสีขาว

3.ตอกไข่และเติมกลิ่นวานิลลาลงไปในอ่างผสม ตีส่วนผสมให้เข้ากันจนได้เนื้อคุกกี้ที่เนียนสวย

4.ร่อนแป้งอเนกประสงค์ ผงฟู เกลือ ลงไปในอ่างผสม ทยอยใส่ลงไปแล้วตีส่วนผสมให้เข้ากัน เพื่อให้ได้เนื้อคุกกี้ที่กรอบอร่อย

5.วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง ในระหว่างที่รอปั้นคุกกี้

6.เทเม็ดมะม่วงอบ ลูกเกด คอร์นเฟลกบดหยาบ คลุกส่วนผสมให้เข้ากันจนทั่ว

7.ปั้นคุกกี้ลงถาดขนาดตามชอบ แต่ไม่ควรหนาเกินไปเพราะจะทำให้เนื้อข้างในสุกช้า

8.นำเข้าเตาอบ ที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง ประมาณ 13-15 นาที อบสุกแล้ว นำไปพักให้เย็นลง เสร็จพร้อมทาน

สนับสนุนโดย : บาคาร่า

โอริโอ้ชีสเค้ก (Oreo Cheese Cake)

ทานแค่โอริโอ้อย่างเดียวอาจจะเบื่อกันบ้างใช่มั้ยละ? ลองเอาโอริโอ้มาทำเป็นเมนูเบเกอรี่กันดูบ้างเพื่อให้ได้รสชาติที่แปลกใหม่และอร่อยลงตัวกันเถอะ วันนี้แอดจะชวนทุกคนมาทำ โอริโอ้ชีสเค้ก (Oreo Cheese Cake) โดยการใช้ขนมโอริโอ้ที่เราทานเล่นนี่แหละไปเป็นส่วนผสม ไม่มีเตาอบก็สามารถทำทานเองได้ค่ะ จะมีวิธีการทำอะไรบ้างไปชมกันเลย และนอกจากนี่สามารถติดตามสูตรเบเกอรี่อร่อยๆได้ที่ทางเว็บไซต์ของเรานะคะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

โอริโอ้ชีสเค้ก

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ส่วนผสม

  • ครีมชีส 220 กรัม
  • โอริโอ้ 150 กรัม
  • โอรีโอ้ (สำหรับตกแต่งตามชอบ)
  • วิปปิ้งครีม 85 กรัม
  • เนยเค็ม 60กรัม
  • น้ำตาลทราย 30 กรัม
  • นมข้นหวาน 40 กรัม
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
  • น้ำสะอาด 3 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา
  • เจลาตินผง 2 ช้อนชา

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ขั้นตอนการทำ โอริโอ้ชีสเค้ก (Oreo Cheese Cake)

1.นำโอริโอ้ใส่ถุงซิปทุบให้เป็นเนื้อละเอียด หรือใช้เครื่องปั่นก็ได้

2.นำเนยเค็มไม่ละลายในไมโครเวฟประมาณ 2 นาที เทใส่ในโอริโอ้ที่บดไว้ แล้วคลุกให้เข้ากัน

3.จากนั้นเทลงพิมพ์ที่เตรียมไว้ กดเนื้อลงไปให้แน่น เพื่อเป็นฐานสำหรับรองรับตัวชีสเค้ก นำไปแช่เย็นให้เซทตัว

4.นำน้ำสะอาด เจลาติน เทใส่ถ้วยรมกัน แล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นพักไว้ให้ตัวเจลาตินพอง 10 นาที แล้วนำไปละลายในไมโครเวฟ 30 วินาที แล้วพักไว้

5.เทครีมชีสใส่อ่างผสม ตีให้เนื้อครีมชีสอ่อนตัวเป็นเนื้อเหลว

6.เติมน้ำตาลทรายลงไป ตีส่วนผสมให้เข้ากันจนเนื้อเนียนสวย

7.เติมนมข้นหวานลงไป ตีส่วนผสมให้เข้ากัน เพื่อให้ได้ความหอมหวาน

8.เติมวิปปิ้งครีมลงไป ตีส่วนผสมให้เข้ากัน เพื่อให้ได้ความนุ่มละมุน

9.เติมเจลาตินที่ละลายไว้ลงไป ตีส่วนผสมให้เข้ากัน

10.เทโอริโอ้ลงไป คลุกให้กระจายไปทั่วครีมชีส จากนั้นเทลงพิมพ์

11.ปาดหน้าชีสเค้กให้เรียบสวย ตกแต่งหน้าด้วยโอริโอ้ปริมาณตามความชอบ กดลงไปเบาๆเพื่อให้โอริโอ้ยืดกับครีมชีส

12.นำไปแช่เย็น 2-3 ชั่วโมง หรือจนกว่าจะเซทตัว เสร็จพร้อมทาน

สนับสนุนโดย : GCLUB

มัฟฟินบลูเบอร์รี่ (Blueberry Muffin)

สวัสดีค่ะทุกท่าน วันนี้แอดจะชวนทุกคนมาทำ มัฟฟินบลูเบอร์รี่ (Blueberry Muffin) สำหรับท่านใดที่ชอบทานบลูเบอร์รี่ ห้ามพลาดเบเกอรี่สูตรนี้เลยค่ะ เพราะว่าเป็นขนมที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นของบลูเบอร์รี่เนื้อฉ่ำๆเลยค่ะ ที่สำคัญทำง่ายมากๆ โดยไม่ต้องมีเครื่องตีก็สามารถทำได้ หรือท่านใดที่ชอบทานช็อคโกแลต เรามีสูตรมัฟฟินช็อคโกแลตให้ทุกท่านเข้าไปติดตามได้นะคะ ถ้าอยากรู้ว่าทำยังไงไปชมกันเลยค่ะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

มัฟฟินบลูเบอร์รี่

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ส่วนผสม

  • แป้งเค้ก 150 กรัม
  • บลูเบอร์รี่ 130 กรัม
  • น้ำตาลทราย 80 กรัม
  • เนยจืด 60 กรัม
  • นมสด 60 กรัม
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • ผงฟู 1 ช้อนชา

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ขั้นตอนการทำ มัฟฟินบลูเบอร์รี่ (Blueberry Muffin)

1.นำแป้งเค้ก ผงฟู ร่อนรวมกันให้ได้เนื้อแป้งที่ละเอียอดไม่เป็นเม็ดแล้วพักไว้

2.นำเนยจืดเทใส่อ่างผสม คนให้เนยเป็นเนื้อเหลว เติมน้ำตาลทรายลงไป คนให้เข้ากัน แล้วนำตะกร้อตีจนกลายเป็นเนื้อครีม ประมาณ 3 นาที

3.เทไข่ไก่ลงไป โดยการแบ่งใส่ 3 รอบ สลับกับการตีส่วนผสมให้เข้ากันเพื่อให้ได้เนื้อเค้กที่เนียนสวย

4.นำแป้งและผงฟูที่ร่อนไว้ เทใส่อ่างผสม โดยการแบ่งใส่ 3 รอบ สลับกับการใส่นมลงไป โดยการแบ่งใส่นม 2 รอบ แล้วคนส่วนผสมให้เข้ากันจะได้เนื้อเค้กที่เข้มข้น

5.เติมนบลูเบอร์ลงไปเพียงครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งให้เอาไว้สำหรับตกแต่งหน้าเค้ก คลุกให้กระจายทั่วๆเนื้อเค้ก

6.ตักใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ แล้วนำบลูเบอร์รี่มาตกแต่งหน้าเค้ก

7.นำเข้าอบที่ออบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง ประมาณ 20-25 นาที อบสุกแล้ว นำไปพักให้เนื้อเค้กเย็น เสร็จพร้อมทานค่ะ

สนับสนุนโดย : ฝากขั้นต่ำ 100

มัฟฟินช็อกโกแลต (Chocolate Muffin)

สวัสดีค่ะทุกท่านวันนี้แอดจะชวนทุกคนมาทำ มัฟฟินช็อกโกแลต (Chocolate Muffin) สำหรับท่านใดที่ชอบทานช็อคโกแลตห้ามพลาดเบเกอรี่สูตรนี้เลยค่ะ เพราะว่าเป็นขนมที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นของช็อคโกแลตและที่สำคัญทำง่ายมากๆ ถ้าอยากรู้ว่าทำยังไงไปชมกันค่ะ และนอกจากนี้สามารถติดตามเมนูเบเกอรี่ที่เว็บไซต์ของเราเพื่อดูสูตรเบเกอรี่อื่นๆได้อีกนะคะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

มัฟฟินช็อกโกแลต

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ส่วนผสม

  • แป้งเค้ก 170 กรัม
  • ช็อคโกแลตชิพ 150 กรัม
  • น้ำสะอาด 95 กรัม
  • ผงโกโก้ 20 กรัม
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 140 กรัม
  • น้ำมัน 100 กรัม
  • เกลือ ¼ ชอนชา
  • ผงฟู 1 ช้อนชา

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ขั้นตอนการทำ มัฟฟินช็อกโกแลต (Chocolate Muffin)

1.ตอกไข่ทั้งหมดใส่อ่างผสม เทน้ำตาลทราย ลงไปคนส่วนผสมให้เข้ากัน

2.เติมน้ำเปล่า เกลือ ลงไปคนส่วนผสมให้เข้ากันแล้วพักไว้

3.ร่อนแป้งเค้ก ผงโกโก้ ผงฟู ลงในอ่างผสมเพื่อให้ได้เนื้อเค้กที่ละเอียดไม่เป็นเม็ด

4.จากนั้นเทส่วนผสมของไข่ลงในอ่างผสม คนส่วนผสมให้เข้ากัน

5.เติมน้ำมันลงไปคนส่วนผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน

6.เติมช็อคโกแลตชิพลงไปในอ่างผสม โดยการเทลงไปเพียงครึ่งหนึ่งในส่วนที่เหลือเราจะเก็บไว้โรยหน้าเค้ก คนให้เม็ดช็อคโกแลตชิพกระจายไปทั่วๆส่วนผสม

7.ตักใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ น้ำช็อคโกแลตชิพโรยบนหน้าเค้ก

8.นำเข้าอบที่ออบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง ประมาณ 15-20 นาที อบเสร็จแล้วพักให้เนื้อเค้กเย็นสักพัก เสร็จพร้อมทานค่ะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

สนับสนุนโดย : จีคลับ

เค้กทุเรียน (Durian Cake)

เข้าสู่ฤร้อนเราก็ต้องทานเบเกอรี่ที่มีวัตถุดิบธรรมชาติอย่างเช่นทุเรียนใช่มั้ยละคะ? แต่ถ้าทานแบบปกติแล้วยังฟินไม่พอละก็… วันนี้แอดจะมานำเสนอเมนูเบเกอรี่ที่เข้ากับบรรยากาศช่วงนี้ที่สุดก็คือ เค้กทุเรียน (Durian Cake) มีทั้งความหอมละมุนลิ้น ทานฟินๆได้ทั้งวัน ซึ่งเป็นเมนูที่ทำได้เฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น สูตรนี้เป็นสูตรที่มีเนื้อทุเรียนเน้นๆเต็มๆคำ สำหรับท่านใดที่ชื่นชอบเมนูนี้ไปชมวิธีการทำกันเลยค่ะ นอกจากนี้สามารถติดตามเมนูเบเกอรี่ง่ายๆได้อีกนะคะ

เค้กทุเรียน

ส่วนผสมของเนื้อเค้ก (ไข่แดง)

  • แป้งเค้ก 170 กรัม
  • น้ำตาลทราย 50 กรัม
  • กะทิ 120 กรัม
  • น้ำมันพืช 95 กรัม
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • เกลือ ¼ ช้อนชา
  • ไข่แดง 3 ฟอง

ส่วนผสมของเนื้อเค้ก (ไข่ขาว)

  • ไข่ขาว 3 ฟอง
  • น้ำตาล 80 กรัม
  • ครีมออฟทาร์ทาร์ ¼ ช้อนชา

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ส่วนผสมของซอสทุเรียน

  • ทุเรียนสุก 300 กรัม
  • กะทิ 250 กรัม (ส่วนที่1 ปั่นกับทุเรียน)
  • แป้งกวนไส้ 40 กรัม
  • กะทิ 200 กรัม (ส่วนที่2 ผสมกับแป้งกวนไส้)
  • เนยเค็ม 20 กรัม

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ขั้นตอนการทำ เค้กทุเรียน (Durian Cake)

เริ่มด้วยการทำเนื้อเค้ก

1.นำไข่แดง น้ำตาลทราย เทใส่อ่างผสมคนให้เข้ากัน

2.เติมกะทิ น้ำมันพืช คนให้เข้ากันประมาณ 3 นาที

3.จากนั้นร่อนแป้งเค้ก ผงฟู เกลือ ร่อนใส่อ่างผสม ตีส่วนผสมให้เป็นเนื้อเดียวกันแล้วพักไว้

4.เทไข่ขาว ครีมออฟทาร์ทาร์ ลงในอ่างผสม ตีด้วยความเร็วต่ำไปจนความเร็วสูงจนเริ่มมีฟอง แล้วทยอยใส่น้ำตาลลงไป ตีให้เข้ากันประมาณ 5 นาที จนส่วนผสมขึ้นฟูเป็นสีขาว

5.จากนั้นนำส่วนผสมของไข่ขาวตักใส่ส่วนผสมของแป้งดดยการแบ่งใส่ 3 ส่าวน แล้วตะล่อมเบาๆให้เป็นเนื้อเดียวกันเพื่อให้ได้เนื้อที่เนียนสวย

6.เทส่วนผสมลงพิมพ์ที่เตรียมไว้ตามชอบ อบที่ออบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง ประมาณ 15-20 นาที เสร็จแล้วพักให้เนื้อเค้กเย็น

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ต่อด้วยการทำซอสทุเรียน

1.นำทุเรียนแกะเม็ดแล้ว กะทิ เทใส่เครื่องปั่น ปั่นให้เนื้อละเอียด

2.นำแป้งกวนไส้เทผสมกับกะทิ คนให้แป้งละลายเข้ากัน

3.จากนั้นเทใส่ทุเรียนปั่น คนส่วนผสมให้เข้ากัน แล้วนำตั้งไฟกลาง คนให้ส่วนผสมเข้มข้นและเดือดแล้วค่อยปิดไฟ เติมเนยเค็มลงไปคนให้เข้ากัน

4. ตักซอสทุเรียนราดบนหน้าเค้ก นำทุเรียนเป็นชิ้นวางบนหน้าเค้กเพื่อความสวยงาม นำไปแช่เย็นจนซอสทุเรียนเซทตัวประมาณ 30 นาที เสร็จพร้อมทาน

สนับสนุนโดย : ฝากขั้นต่ำ 50